Bangkok logo

bang

kok

“มหานครที่ไม่เคยหลับใหลแห่งนี้ คือหมุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเสมอมา แลนด์มาร์คระดับเวิลด์คลาสอย่างวัดอรุณ ย่านสุดชิคอย่างถนนทรงวาด ความคึกคักและกลิ่นหอมยั่วน้ำลายของสตรีทฟู้ดยาวสุดตาตลอดสองข้างทางถนนเยาวราช เหล่านี้คือภาพจำที่เราคุ้นเคยของกรุงเทพฯ

ทว่าเสน่ห์ที่แท้จริงของมหานครแห่งนี้ ซ่อนตัวอยู่ในรายละเอียดตามตรอกเล็กซอยน้อยที่วิถีชุมชนดั้งเดิมยังคงเคลื่อนไปพร้อมกันกับจังหวะของโลกปัจจุบันได้โดยไม่แปลกแยก และคงไม่มีวิธีใดที่จะทำให้เราดื่มด่ำกับความ “เป็น” กรุงเทพฯ ได้ลึกซึ้งไปกว่าการออกเดินเลาะเลี้ยว และตกหลุมรักเสน่ห์ของ “ย่าน” ไปกับ WABU

ถ้าพร้อมแล้ว ก็ Let’s Walk กันได้เลย!”

Mahacharoen:
Past to Present

Mahacharoen: Past to Present เชื่อมกาลเวลาผ่านสถาปัตยกรรม

“มหาเจริญ” มิได้เป็นเพียงชื่อ “ย่าน” ที่มีความหมายดี แต่คือการรวมชื่อต้นของถนนเส้นสำคัญ 2 เส้นอย่าง ‘มหาพฤฒาราม’ และถนน ‘เจริญกรุง’ พื้นที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของของกรุงเทพมหานครที่เต็มไปด้วยตึกราม และสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าและเรื่องเราว หากอาคารเก่าเล่าเรื่องได้ มหาเจริญคงเป็นหนึ่งในย่านที่มีเรื่องเล่ามากที่สุดของกรุงเทพฯ

เส้นทางเดินจากมหาพฤฒาราม ผ่านเจริญกรุง ตลาดน้อย จนถึงบางรัก จะพาเราย้อนรอยการเติบโตของพระนคร ตั้งแต่ยุคขุดคลอง สร้างถนนสายแรก การอพยพมาตั้งถิ่นฐานของชาวจีนริมแม่น้ำเจ้าพระยา การรับอิทธิพลจากโลกตะวันตก ไปจนถึงการเป็นศูนย์กลางการค้าและธุรกิจสมัยใหม่

WABU ร่วมกับ ‘ยิบอินซอย’ ในวาระครบรอบ 100 ปี ชวนทุกคนออกเดินสำรวจร่องรอยเหล่านี้ ผ่านสายตาของ รศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม เพื่อค้นหาเรื่องราวของย่านและเมืองตลอดหนึ่งศตวรรษ ที่เล่าผ่านอาคารแต่ละหลังบนเส้นทางนี้

Letswlak

The Faith of
Maha Charoen

ศรัทธาแห่งมหาเจริญ

ย่านเก่าแก่ที่มีความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมอย่างมหาพฤฒารามและเจริญกรุงคือจุดเริ่มต้นและเป็นเบ้าหลอมของพหุวัฒนธรรมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความงดงามของวัฒนธรรมอันหลากหลายยังคงเด่นชัด และสามารถสัมผัสได้ผ่านวิถีของชุมชนต่าง ๆ ในย่าน

WABU ร่วมกับยิบอินซอยชวนทุกคนออกเดินสำรวจเส้นทางแห่งศรัทธาของย่านมหาเจริญ เพื่อพบเจอกับความงดงามของความแตกต่าง และเสน่ห์ของความหลากหลายที่ทอดผ่านกาลเวลา และยังคงดำรงร่วมกับวิถีแห่งปัจจุบันได้อย่างกลมกลืน

Letswlak

urban
oasis

พักใจกลางเมืองใหญ่

เมื่อความสับสนของเมืองใหญ่ถูกแทนที่ด้วยพื้นที่พักใจระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร
เส้นทางซึ่งเชื่อมต่อระหว่าง 'รากเหง้าของชุมชน' และ 'งานศิลปะสมัยใหม่' ไว้อย่างไร้รอยต่อ

จาก creative space สุดคูลที่ช่วยให้จังหวะชีวิตคนเมืองได้เดินช้าลง สัมผัสกับแง่งามของวิถีชุมชนมุสลิมที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี สู่ art and design walk ที่ทอดตัวอยู่ในซอยเกษมสันต์ 1 และ 2 เรื่อยมาจนถึงสตรีทอาร์ตตลอดแนวคลองแสนแสบ

ทุกย่างก้าวคือการค้นพบพลังบวกในมุมที่กรุงเทพฯ ไม่เคยบอกใคร เพราะนี่คือประสบการณ์ที่เราต้องเดินเท่านั้นถึงจะเจอ! ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย!

Letswlak

little
Silk Road

ตามรอยสองอารยธรรมบนมินิเส้นทางสายไหม

กรุงเทพมหานคร เป็นอีกหนึ่งเมืองที่โอบรับผู้คนต่างชาติ ต่างศาสนาที่เข้ามาแสวงหาโอกาสใหม่ และได้ดึงดูดผู้คนหลากหลายชนชาติให้เข้ามาตั้งถิ่นฐาน รวมทั้งชาวอินเดียและจีนที่ได้ก่อร่างสร้างชุมชนอย่างพาหุรัด-จักรวรรดิให้กลายเป็นย่านที่หลอมรวมสองอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ของเอเชียเข้าไว้ด้วยกัน

ถึงแม้ผู้คนจากสองชนชาติจะเข้ามาตั้งถิ่นฐานในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน โดยชาวจีนได้ที่เริ่มเข้ามาเป็นจำนวนมากตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 รวมทั้งในช่วงที่การค้าทางเรือกับสยามรุ่งเรืองในสมัยรัชกาลที่ 3 จนทำให้ย่านจักรวรรดิและสำเพ็งกลายเป็นย่านการค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของกรุงเทพฯ ตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่ชาวอินเดีย ทั้งชาวฮินดูและซิกข์ที่มาค้าผ้าและเครื่องเทศ ต่างเข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณพาหุรัดและบ้านหม้อในสมัยรัชกาลที่ 5 และที่น่าสนใจคือ ทั้งสองย่านซึ่งอุดมไปด้วยอารยธรรมที่เก่าแก่ของโลก ทั้งย่านชาวอินเดีย (พาหุรัด) และย่านชาวจีน (จักรวรรดิ-สำเพ็ง) นั้น เชื่อมต่อกันได้โดยสะดวกด้วยการเดินเท้า ซึ่งการออกเดินไปบน ‘มินิเส้นทางสายไหม’ กับ WABU นั้น นอกจากจะพาเราไปซึมซับสองอารยธรรมโลกได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงแล้ว เส้นทางนี้ยังทั้งเดินเพลิน กินเพลิน และถ่ายรูปเพลินถูกใจสายสตรีทแน่นอน

Letswlak

Wabu001 ezgif.com resize