Bangkok head
Asset 2
เมื่อความสับสนของเมืองใหญ่ถูกแทนที่ด้วยพื้นที่พักใจระยะทางกว่า 2 กิโลเมตร เส้นทางซึ่งเชื่อมต่อระหว่าง ‘รากเหง้าของชุมชน’ และ ‘งานศิลปะสมัยใหม่’ ไว้อย่างไร้รอยต่อจาก creative space สุดคูลที่ช่วยให้จังหวะชีวิตคนเมืองได้เดินช้าลง สัมผัสกับแง่งามของวิถีชุมชนมุสลิมที่เปี่ยมด้วยรอยยิ้มและมิตรไมตรี สู่ art and design walk ที่ทอดตัวอยู่ในซอยเกษมสันต์ 1 และ 2 เรื่อยมาจนถึงสตรีทอาร์ตตลอดแนวคลองแสนแสบทุกย่างก้าวคือการค้นพบพลังบวกในมุมที่กรุงเทพฯ ไม่เคยบอกใคร เพราะนี่คือประสบการณ์ที่เราต้องเดินเท่านั้นถึงจะเจอ! ถ้าพร้อมแล้วก็ไปกันเลย!

ระยะทาง:

0 กม.
Group@3x

เวลาเดิน:

0 นาที
Group@3x 2

การชดเชยคาร์บอนไดออกไซด์:

0 กรัม
Group@3x 1
Group 160
Group 160
Group 160
Group 160

1

GalileOasis

“ค่อยๆ ใช้ชีวิต ถ้าใจเริ่มเร่งรีบ แวะมาพักใจได้ที่นี่”

คำเชิญชวนที่ดึงดูดใจให้เหล่านักเดินทางที่ผ่านร้อนผ่านหนาวจนลืมดูแลใจตัวเองได้แวะพักผ่อนที่โครงการ GalileOasis ที่นี่ถือเป็นพื้นที่ปลอดภัยใจกลางกรุง ให้ผู้คนหลีกหนีความวุ่นวายมาแวะดื่มกาแฟที่ Piccolo Vicolo Cafe ชมการแสดงที่โรงละคร เสพงานศิลปะที่แกลลอรี่ ช้อปปิ้งสินค้าแฮนด์เมดและพักผ่อนกายที่โรงแรม ซึ่งทั้งหมดอยู่ภายในโครงการรีโนเวตตึกเก่าอายุหลายสิบปีจำนวน 20 คูหาเพื่อให้เป็น “โอเอซิส” ที่ชวนผู้คนภายนอกมาทักทายชาวชุมชนบ้านครัวเหนือและได้พักผ่อนไปในคราวเดียวกัน นี่เป็นความตั้งใจของเจ้าบ้านอย่างอาจารย์รัศมีและพี่แหม่มที่ตั้งใจเปลี่ยนพื้นที่นี้ให้ดีขึ้นและเป็นพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับทุกคน

Along the Walk :

-ระหว่างทางเดินมาถึง GalileOasis อาจจะได้น้องแมวจำนวนมากนอนเล่นอยู่ อย่าลืมทักทายและห้ามแกล้งน้อนนะ

-มาถึง GalileOasis แล้วอย่าลืมชิมเลม่อนทาร์ตที่ Piccolo Vicolo Cafe ชิมอาหารคอมฟอร์ทฟู้ดที่ร้าน Proong ชิมไอศครีมเลม่อนพายที่ร้านพัดกับจันและแวะซื้อของแฮนด์เมดที่มีชิ้นเดียวในโลกที่ร้าน Window Display                                                                        

 

วิธีการเดินทางและที่จอดรถ     

>GalileOasis ตั้งอยู่ห่างจาก BTS ราชเทวี 300 เมตร

>ห่างจากสี่แยกโลตัสเจริญผล 750 เมตร

>สามารถเดินทางด้วยหลายวิธีแต่แนะนำเดินเท้า, BTS และขนส่งสาธารณะ เนื่องจากโครงการตั้งอยู่ในซอยแคบและมีที่จอดรถจำกัด แต่หากนำรถส่วนตัวมา สามารถจอดได้ที่บริเวณซอยใกล้ๆ GalileOasis หรือที่จอดรถมัสยิดดารุลฟะละฮ์


เวลาเปิดปิด :

-เปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร

-ร้านกาแฟและร้านค้าต่างๆ เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.

2

ผ้าไหมบ้านครัว

ผ้าไหมบ้านครัว 

บ้านในซอยเล็กแต่ผลิตผ้าไหมคุณภาพที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก บ้านหลังนี้เป็นของคุณลุงนิพนธ์และเป็นบ้านหลังสุดท้ายที่ยังทอผ้าไหมในชุมชนบ้านครัว คุณลุงเล่าว่าสืบทอดภูมิปัญญาการทอผ้าไหมแบบแขกจามมาตั้งแต่ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนนี้เป็นรุ่นที่ 4 แล้ว ด้วยความโดดเด่นของเนื้อผ้า สี ลวดลายและความเงางามของเส้นไหมธรรมชาติ จึงทำให้กี่กระตุกยังทำหน้าที่ทอผ้ามาอย่างต่อเนื่องกว่า 100 ปี โดยคุณลุงจะออกแบบ ทอผ้าและส่งออกจำหน่ายเอง ซึ่งในอดีต “จิม ทอมป์สัน” ถือเป็นลูกค้าเจ้าหลักของชาวชุมชน ส่วนในอนาคตหากยังมีแรงไหวก็จะทอผ้าต่อไปเรื่อยๆ เพราะรักและผูกพันธ์กับผ้าไหมมาก

Along the Walk :

-ระหว่างทางเดินจาก GalileOasis มายังผ้าไหมบ้านครัว จะได้เจอกับมัสยิดดารุลฟะละฮ์หรือสุเหร่าเกาะกอย มัสยิดเก่าแก่ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านครัวและเปิดสอนศาสนาระดับฟัรดูอีนให้กับผู้ที่สนใจด้วย 

-เดินออกมาจากซอยผ้าไหมบ้านครัวแล้วเลี้ยวซ้าย เดินต่อไปประมาณ 200 เมตร จะได้เจอกับบ้านต้นตระกูลบินมะฮมุด บ้านไม้เรือนป้้นหยาทรงมนิลาเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี สร้างจากไม้สักทอง หลังคามุงด้วยกระเบื้องว่าวและรอบบ้านตกแต่งด้วยลายฉลุไม้แบบขนมปังขิงสวยงาม

-เดินข้ามฝั่งบนสะพานบ้านครัวเหนือ อย่าลืมชมวิวชุมชนในมุมกว้างที่มีพื้นหลังเป็นอาคารสูงสะท้อนความเป็นชุมชนเล็กในเมืองใหญ่ ลงสะพานเลี้ยวซ้ายจะเจอร้านอาหารมุสลิมท้องถิ่นรสชาติอร่อย อย่าลืมแวะชิมนะ

3

The Jim Thompson Art Center

The Jim Thompson Art Center 

อาร์ตสเปซที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน ผู้บุกเบิกผ้าไหมของชุมชนบ้านครัวให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คนส่วนมากจะรู้จักพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สันกันอยู่แล้ว  แต่อาจจะยังไม่คุ้นเคยกับหอศิลป์ซึ่งเป็นอาคาร 5 ชั้นสุดเท่ที่สร้างด้วยอิฐเปลือยเรียงตัวกันเป็นลายผ้ามัดหมี่ที่ออกแบบด้วยแนวคิดสถาปัตยกรรมเขตร้อนชื้น (Tropical Architecture) ซึ่งเอื้อต่อภูมิอากาศของไทย เปิดพื้นที่แสดงศิลปะสาธารณะจากศิลปินชาวไทยและต่างชาติ เพื่อขับเคลื่อนงานร่วมสมัยในหลากหลายมิติทั้งวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สังคมและการเมือง ขณะเดียวกันยังมีห้องสมุด WILLIAM WARREN ชายผู้เขียนชีวประวัติของจิมป์ ทอมป์สัน รวมถึงคาเฟ่และร้านอาหารบนดาดฟ้าให้มาพักผ่อน ชมวิวเมืองกรุงแบบ 360 องศาและสร้างคอมมูนิตี้ร่วมกัน

 

เวลาเปิดปิด :

โซนนิทรรศการเปิดทุกวัน ยกเว้นวันอังคาร มีการหมุนเวียนจัดแสดงครั้งละ 3-4 เดือน โดยมีค่าเข้าชม 50 บาท ตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 น.                                                                 ส่วนห้องสมุดปิดวันจันทร์และวันอังคาร

4

Reno Hotel Bangkok

งานศิลปะที่สะท้อนผ่านการออกแบบโรงแรม จากการเปลี่ยนสถานที่พบปะสุดฮิตของย่านปทุมวันในอดีต อายุกว่า 60 ปีมาเป็นโรงแรมใจกลางเมือง ที่เปิดพื้นที่ผ่อนคลายทางกายและใจให้กับผู้มาเยือน ไม่ใช่เพียงแค่การออกแบบฟาซาด(บล็อกช่องลม)คอนกรีตในรูปแบบใหม่มาตกแต่งด้านหน้าโรงแรมและการปรับพื้นที่ให้โมเดิร์นขึ้น แต่นที่ชั้น 1 ของโรงแรมยังเป็นที่ตั้งของ Saratta (สารัตถะ) แกลลอรี่ขนาดย่อมที่มีผลงานศิลปะจากศิลปินชื่อดังที่แวะเวียนผลัดเปลี่ยนกันมาจัดแสดงไม่ขาด และยังมี gallery shop เปิดขายงานคราฟต์และงานศิลปะพร้อมให้คำแนะนำการเก็บผลงานอย่างถูกต้อง และ Reno Espresso Bar ที่เสิร์ฟกาแฟและเบเกอร์รี่ตลอดวัน แอบบอกว่าที่คาเฟ่จะมีผักสดอินทรีย์ซึ่งเจ้าของร้านปลูกเองที่เขาใหญ่มาวางขายด้วย เพราะตั้งใจที่อยากให้ทุกบ้านมีอาหารที่ดีต่อสุขภาพบนโต๊ะอาหาร

เวลาเปิดปิด :

-สารัตถะ เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์และวันจันทร์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.

-Reno Espresso Bar เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-21.30 น.   

5

สตรีทอาร์ตชุมชนบ้านครัวเหนือริมคลองแสนแสบ

ริมคลองแสนแสบทั้งสองฝั่งของชุมชนบ้านครัวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ถูกเปิดเป็นแกลลอรี่กลางแจ้งที่ถูกแต่งแต้มสีสันด้วยผลงานศิลปะกราฟิตี้และสตรีทอาร์ตซึ่งสร้างสรรค์โดยศิลปินชาวไทยและต่างชาติ พื้นที่นี้สามารถวาดภาพได้ตามความร่วมมือของเจ้าของพื้นที่และกทม. เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งนอกจากจะสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่พักผ่อนของชาวชุมชนได้เป็นอย่างดี ข้างๆ มีลานกีฬาสนามเด็กเล่นที่มีเครื่องเล่นทาสีสวยงาม มองเข้าไปก็รู้สึกสดชื่น ทำให้บรรยากาศโดยรวมของพื้นที่เต็มไปด้วยมวลความสุขของชาวชุมชนและผู้มาเยือนที่ได้มาแบ่งปันใช้พื้นที่ร่วมกันอย่างลงตัว

Along the Walk :

-หากเดินมาตามทางแล้วลงจากสะพานหัวช้าง ใกล้ๆ กันจะเจอกับซอยธรรมสโรช สำหรับคนที่ชื่นชอบของวินเทจมือสองและแฟชั่นสไตล์ Preppy Ivy League และ American Vintage แนะนำไปเที่ยวชมร้าน Rugged Rough Store ที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้น2ของอาคารไม้เก่า 100 ปี ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 13.00-20.00 น.

-เดินต่อไปจากสนามเด็กแล่น ระหว่างทางและในซอยเล็กๆ จะมีบ้านเก่าที่แสดงถึงหลักฐานความเจริญรุ่งเรืองของบ้านครัวในอดีต บางหลังเป็นบ้านของขุนนางสมัยรัชกาลที่ 5-6 และบางหลังมีหน้าต่างบานเกร็ดไม้แบบบานกระทุ้งที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน

คำแนะนำการท่องเที่ยว

ตลอดเส้นทางริมคลองแสนแสบจะมีทางเดินที่มีหลังคากันแดด แต่แนะนำให้มาเที่ยวในช่วงเช้า สายๆและบ่ายแก่ๆ จะอากาศดีกว่า 

1

อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล

อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล

ท่าแร่ อาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล ท่าแร่ เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่รูปทรงคล้ายเรือ เพื่อระลึกถึงการใช้เรือและแพในการอพยพจากตัวเมืองสกลนครมาตั้งถิ่นฐานใหม่ยังบ้านท่าแร่ ปัจจุบันนับเป็นหมู่บ้านที่มีจำนวนผู้นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกมากที่สุดในประเทศไทย มีจุดที่น่าสนใจภายใน ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวความเป็นมาของชุมชนคาทอลิกท่าแร่ พระรูปแกะสลักหินอ่อนอัครเทวดามีคาแอลจากประเทศอิตาลี ระฆังที่หล่อขึ้นในประเทศฝรั่งเศสซึ่ง่มีอายุกว่า 100 ปี รวมถึงอนุสาวรีย์บาทหลวงกอมบูริเออ เจ้าอาวาสองค์แรกของอาสนวิหาร

หมายเหตุ: แต่งกายสุภาพ กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า

เวลาเปิดปิด: 06.00-18.00 น.

โทรศัพท์: 042 751 090

2

ร้านข้าวเปียกโบราณฟรานซิสโก

ร้านข้าวเปียกโบราณฟรานซิสโก

ชุมชนบ้านท่าแร่ มีอาคารโบราณ สถาปัตยกรรมสไตล์โคโลเนียลหลายหลัง แต่ถ้าเดินออกมาจากด้านหลังของอาสนวิหารอัครเทวดามีคาแอล จะพบกับร้านข้าวเปียกโบราณฟรานซิสโกเป็นหลังแรก โดยมีลักษณะเด่นอยู่ที่ลวดลายปูนปั้นที่นิยมระบุชื่อนักบุญที่เจ้าของบ้านนับถือ ซึ่งสำหรับบ้านหลังนี้ปรากฏชื่อนักบุญฟรานซิสโก-เซเวียร์ บาทหลวงผู้นำศาสนาคริสต์มาเผยแผ่ในเอเชีย อันเป็นที่มาของชื่อบ้าน ซึ่งไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเมืองซานฟรานซิสโกในแคลิฟอร์เนียแต่อย่างใด ปัจจุบันตึกแถวสองชั้นทรงยุโรปหลังนี้ เปิดเป็นร้านอาหารต้อนรับนักท่องเที่ยว โดยชูเมนูอาหารเวียดนามเป็นจุดขาย

เวลาเปิดปิด : ทุกวัน 06:00-17:00 น.
เมนูห้ามพลาด : ข้าวเปียก สุกี้ น้ำมะเม่า ขนมปังและกาแฟเวียดนาม

3

คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์

คฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์

คฤหาสน์อุมดมเหลังนี้ สร้างขึ้นตามรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลฝรั่งเศส ในปี 2476 โดยช่างชาวเวียดนาม ที่อพยพมาอยู่ในจังหวัดนครพนมและบ้านท่าแร่ เป็นอาคาร 2 ชั้น ชั้นล่างทำเป็นร้านค้า จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ส่วนชั้นบนเป็นที่พักอาศัย มี 2 ห้องนอนอยู่ด้านซ้ายและด้านขวา มีแท่นพระที่สวยงามตั้งอยู่ตรงกลางห้องโถง สำหรับตั้งกางเขน พระรูปพระเยซู รูปพระแม่มารี และนักบุญต่าง ๆ ไว้ให้สมาชิกในครอบครัวได้เคารพบูชาและสวดภาวนา ปัจจุบันบริเวณชั้นล่างได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้เป็นคาเฟ่และร้านอาหารภายใต้ชื่อ UDD Udomdetwat Cafe & Bistro

เวลาเปิดปิด : จันทร์-ศุกร์ 09:00-18:00 น. / เสาร์-อาทิตย์ 08:30-18:30 น.

เมนูห้ามพลาด : Udomdet’s Vibes ลาเต้ส้ม Chapter 1 อเมริกาโนสับปะรดน้ำผึ้ง และลิ้นจี่ชีสพาย

4

คฤหาสน์โสรินทร์

คฤหาสน์โสรินทร์

คฤหาสน์โสรินทร์ สร้างขึ้นในปี 2475 โดยช่างชาวเวียดนามเช่นเดียวกับคฤหาสน์อุดมเดชวัฒน์ เป็นอาคารหลังเดี่ยว 2 ชั้น ในรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ได้รับอิทธิพลจากฝรั่งเศสในยุคอาณานิคม โดยช่างก่อสร้างได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นและประสบการณ์ในการก่อสร้างแบบก่ออิฐถือปูนจากวัสดุพื้นบ้าน ด้วยการนำปูนขาวผสมกับทรายและยางพืชพื้นเมือง คือยางบงและน้ำอ้อยแทนปูนซีเมนต์ โครงสร้างชั้นบนส่วนมากเป็นไม้ อุปกรณ์บางอย่างนำเข้าจากฝรั่งเศส ด้านลักษณะเด่นของอาคาร ประกอบด้วยลวดลายปูนปั้น ประตูบานเฟี้ยม และซุ้มวงโค้งที่ด้านหน้าและด้านข้าง ปัจจุบันอาคารหลังนี้ยังอยู่ในการดูแลของลูกหลานตระกูลโสรินทร์ แม้ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นที่พักอาศัย แต่ยังคงทิ้งร่องรอยของเรื่องราวของผู้คน ท้องถิ่น บอกเล่าผ่านงานสถาปัตยกรรมท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี

8

ร้านนำสมัย

ร้านนำสมัย

ภายในเรือนแถว 3 คูหาที่ทำจากไม้ทั้งหลัง อายุกว่า 70 ปี ชั้นล่างเปิดโล่ง ขณะที่ชั้นบนยังคงเป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ตั้งของร้านโชห่วยชื่อ ‘นำสมัย’ ของแม่ทัศนา วัย 74 ปี ที่เล่าให้ฟังว่า บ้านหลังนี้ผ่านประสบการณ์มาโชกโชน หลากหลายธุรกิจ ทั้งร้านเย็บผ้า ร้านขายยา ร้านถ่ายรูป แต่ไม่ว่าจะเป็นกิจการไหน เจ้าของบ้านก็ยังคงยิ้มแย้มต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นกันเองเสมอ ขณะที่สินค้าภายในร้าน ทั้งอุปโภค บริโภค รวมถึงขนมขบเคี้ยวและไอศกรีมก็จัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ต่างอะไรกับร้านสะดวกซื้อและฉากในละครหรือภาพยนตร์ ใครได้แวะอุดหนุน นอกจากได้กระจายรายได้ให้กับคนในชุมชนแล้ว ยังได้รอยยิ้มจากแม่ทัศนาติดกระเป๋ากลับมาอีกด้วย

Wabu001 ezgif.com resize